คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
ลองไปก็ได้นะคะ สิบเจ็ดก็ปริ่ม ๆ แล้ว เคยอ่านเจอว่ามีบาง รพ. และอาจเฉพาะ จนท. และคุณหมอบางคน ยอมให้ไม่ต้องมีผู้ปกครองมาด้วย เท่าที่รู้ เรื่องอายุนี่ มีการเรียกร้องกันมาก ว่าขอให้เด็กไปได้เอง เพราะเด็กหลายคน คงตกอยู่ในสภาพเดียวกับ จขกท ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องนี้ทางภาครัฐฯ ทำอะไรไปบ้างหรือยัง
หน้าตา จขกท เป็นอย่างไร ทำไมถูกบูลลี่ เชื่อว่าไม่มีใครหน้าตาไม่ดีหรอกนะคะ ทุกคนดีในแบบของตนเอง
แล้วทำไมถึงคิดว่าเป็นภาระของทุกคน ในทางกลับกัน จขกท เป็นลูกมีพ่อมีแม่ แม้พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าใครจะมาทำร้ายไม่ได้ การคิดว่าตนเองเป็นคนนอก ก็จะเป็นคนนอก และที่สำคัญ ไม่ได้เป็นภาระของใครทั้งนั้น เขียนแบบนี้ทั้ง ๆ ที่รู้นะคะ ว่าทำได้ยาก คิดได้ยาก แต่ก็อยากจะให้ลอง บางครั้ง เราเองที่แปลกแยกจากคนอื่น จนกระทั่งคนเข้าถึงไม่ได้ก็เป็นได้ แต่ในกรณีของ จขกท คงมีส่วนที่เกิดจากญาติอยู่มาก ในหลายกรณี ผู้ใหญ่ที่อยู่ในครอบครัวก็มีนิสัย ความคิดและการกระทำที่ไม่ดี ไม่ว่าจะอย่างไร อย่างน้อย คนที่ต้องคุ้มครองน้องคือพ่อ ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์น้องกับพ่อเป็นอย่างไร แต่พ่อจะต้องคุ้มครองลูกของตนให้ได้ อีกคนที่น้องควรรักษาความสัมพันธ์ให้ดี คือภรรยาใหม่ของพ่อ ในสถานะใกล้เคียงกัน เพราะเป็นคนของพ่อทั้งสองคน ไม่อยากให้ยอมแพ้ หรือรู้สึกว่าตนเองตกเป็นรอง
ในเวลาเดียวกัน ก็ไม่รู้นะคะ ว่า จขกท เองมีนิสัยและพฤติกรรมอะไรที่ควรปรับปรุงหรือไม่ อยากให้ตรวจสอบตนเองด้วย เชื่อว่าน่าจะมีอยู่บ้าง หากปรับตัวแล้ว บรรยากาศในบ้านอาจดีขึ้น แต่แม้ไม่ดีขึ้น แต่ จขกท ได้ทำสิ่งที่ถูกต้องกว่าที่เป็นมา ความรู้สึกว่าตนเองมีสิทธิที่จะอยู่ในบ้านนี้ไม่น้อยกว่าใคร น่าจะมีมากขึ้น
กรณีแบบ จขกท คือพ่อแม่แยกทางกัน เห็นใจทุกเคสเลยค่ะ และในจำนวนนี้ จำนวนมากเลยทีเดียว ที่คิดว่าจำเป็นต้องไปพบจิตแพทย์ แต่ต้องไม่คิดหวังพึ่งยาและคุณหมอเป็นหลัก คนสำคัญที่จะช่วย จขกท ได้ คือตนเอง จขกท อายุ 17 แล้ว ถือว่าไม่น้อย อีกไม่นานก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย (หรือเข้าปีการศึกษาหน้านี้ ?) จะให้ดี หากทำได้ ให้ตั้งเป้าหมายว่าตนเองจะต้องมีชีวิตที่ดี เพราะฉะนั้น จะเลิกสนใจเรื่องคนที่บ้าน ด้วยการยืนยันว่าตนมีสิทธิจะอยู่ที่บ้านนี้ เท่า ๆ กับทุกคน กลับมาเอาใจใส่การเรียนให้มากขึ้น เมื่อเรียนจบ มีงานทำ ก็จะดำรงชีวิตอยู่ได้ ไม่ต้องพึ่งครอบครัว
จขกท ไม่ได้เป็นภาระ ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนและไม่ได้เป็นสัตว์ประหลาดแน่นอน
หน้าตา จขกท เป็นอย่างไร ทำไมถูกบูลลี่ เชื่อว่าไม่มีใครหน้าตาไม่ดีหรอกนะคะ ทุกคนดีในแบบของตนเอง
แล้วทำไมถึงคิดว่าเป็นภาระของทุกคน ในทางกลับกัน จขกท เป็นลูกมีพ่อมีแม่ แม้พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าใครจะมาทำร้ายไม่ได้ การคิดว่าตนเองเป็นคนนอก ก็จะเป็นคนนอก และที่สำคัญ ไม่ได้เป็นภาระของใครทั้งนั้น เขียนแบบนี้ทั้ง ๆ ที่รู้นะคะ ว่าทำได้ยาก คิดได้ยาก แต่ก็อยากจะให้ลอง บางครั้ง เราเองที่แปลกแยกจากคนอื่น จนกระทั่งคนเข้าถึงไม่ได้ก็เป็นได้ แต่ในกรณีของ จขกท คงมีส่วนที่เกิดจากญาติอยู่มาก ในหลายกรณี ผู้ใหญ่ที่อยู่ในครอบครัวก็มีนิสัย ความคิดและการกระทำที่ไม่ดี ไม่ว่าจะอย่างไร อย่างน้อย คนที่ต้องคุ้มครองน้องคือพ่อ ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์น้องกับพ่อเป็นอย่างไร แต่พ่อจะต้องคุ้มครองลูกของตนให้ได้ อีกคนที่น้องควรรักษาความสัมพันธ์ให้ดี คือภรรยาใหม่ของพ่อ ในสถานะใกล้เคียงกัน เพราะเป็นคนของพ่อทั้งสองคน ไม่อยากให้ยอมแพ้ หรือรู้สึกว่าตนเองตกเป็นรอง
ในเวลาเดียวกัน ก็ไม่รู้นะคะ ว่า จขกท เองมีนิสัยและพฤติกรรมอะไรที่ควรปรับปรุงหรือไม่ อยากให้ตรวจสอบตนเองด้วย เชื่อว่าน่าจะมีอยู่บ้าง หากปรับตัวแล้ว บรรยากาศในบ้านอาจดีขึ้น แต่แม้ไม่ดีขึ้น แต่ จขกท ได้ทำสิ่งที่ถูกต้องกว่าที่เป็นมา ความรู้สึกว่าตนเองมีสิทธิที่จะอยู่ในบ้านนี้ไม่น้อยกว่าใคร น่าจะมีมากขึ้น
กรณีแบบ จขกท คือพ่อแม่แยกทางกัน เห็นใจทุกเคสเลยค่ะ และในจำนวนนี้ จำนวนมากเลยทีเดียว ที่คิดว่าจำเป็นต้องไปพบจิตแพทย์ แต่ต้องไม่คิดหวังพึ่งยาและคุณหมอเป็นหลัก คนสำคัญที่จะช่วย จขกท ได้ คือตนเอง จขกท อายุ 17 แล้ว ถือว่าไม่น้อย อีกไม่นานก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย (หรือเข้าปีการศึกษาหน้านี้ ?) จะให้ดี หากทำได้ ให้ตั้งเป้าหมายว่าตนเองจะต้องมีชีวิตที่ดี เพราะฉะนั้น จะเลิกสนใจเรื่องคนที่บ้าน ด้วยการยืนยันว่าตนมีสิทธิจะอยู่ที่บ้านนี้ เท่า ๆ กับทุกคน กลับมาเอาใจใส่การเรียนให้มากขึ้น เมื่อเรียนจบ มีงานทำ ก็จะดำรงชีวิตอยู่ได้ ไม่ต้องพึ่งครอบครัว
จขกท ไม่ได้เป็นภาระ ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนและไม่ได้เป็นสัตว์ประหลาดแน่นอน
แสดงความคิดเห็น
เราอยากตาย
เราไม่สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นผู้ป่วยซึมเศร้าได้ เพราะเราไม่เคย ไปหาคุณหมอ เราอายุ17 และคนรอบตัวไม่ใส่ใจที่จะพาไป แต่เราทำแบบประเมิณในเว็ปของโรงพยาบาลจิตแพทย์ ได้ 22 คะแนนซึ่ง อยู่ในเกณฑ์ซึมเศร้าขั้นรุนแรง
ครอบครัวเรา อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ 7 คน ซึ่งน้องสาวพ่อ และลูกชายของเขาไม่พูดกับเรามา 3 ปีแล้ว (ทั้งๆที่อยู่บ้านเดียวกัน) สาเหตู เขาชอบแขวะชอบแซะเรา ทุกวัน จนเราโมโห เลยไม่พูดกับเขา แต่เรายังพูกกับลูกชายเขาอยู่ พอมาช่วงนึง ย่าก็สั่งห้ามไม่ให้ลูกชายเขาคุยกับเราอีก (อายุ6ขวบ)
ภายในครอบครัวมีการแบ่งชนชั้นกันอย่างชัดเจน ซึ่งเราคือ ชนชั้นล่างสุดของบ้าน ทั้งๆที่บ้านหลังนี้สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงพ่อเรา แต่กลับเป็นน้องสาวเขาที่ได้รับการเทิดทูญ
พ่อกับแม่เราแยกทางกันตอนป.5 หลังจากนั้นเราก็เลือกอยู่กับแม่ ซึ่งเขาก็ชอบตะหวาดใช้คำพูดรุนแรงกับเรา
ทำร้ายจิตใจจนคิดว่าเราคือลูกจริงๆของเขารึเป่ลา ม.2 เราไม่ขอทนต่อ กลับมาอยู่กับพ่อ ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างก็เป็นไปตามด้านบนเลยค่ะ
เราสมเพชตัวเองมากๆ บางครั้จะออกไปกินข้าวก็ยังไม่กล้า เพราะครั้งนึงตอนเรากำลังตักข้าว ย่าตะโกนด่าเราออกมาจากในบ้าน
"มันไม่แดหรอกเป็นสเนียดปากมัน" และก็ด่าเราอีกสารพัดที่เขาจะด่าได้ ทุกครั้งที่เราอะไรแบบนี้ พ่อไม่สามารถปกป้องเราได้ เพราะอย่างที่บอกเราคือชนชั้นล่างที่สุดของครอบครัว เรากลับมาอยู่กับพ่อ ตอน ม.2 พ่อก็มีแม่ใหม่ ซึ่งถามว่าเขาดีไหม ก็ดี แต่เขาก็ต้องเอาตัวรอดด้วยเหมือนกัน ก็ตามสเต็ป เขาจะมาปกป้องคนชั่วๆแบบเราทำไม ทุกครั้งที่เราโดนแบบนี้ ก็จะไปปรึกษาญาตคนนึ่งว่าทำไม เขาเป็นแบบนี้ ทำไมทำแบบนี้ แต่สุดท้ายญาตคนนั้นก็เอาไปบอกย่าเราหมดเลย และแต่งสีเติมไข่ให้ กลายเป็นว่าจากปรึกษา เป็นนินทา เราไม่มีสิทธิ์ อธิบาย อย่างที่บอก เรามันชนชั้นล่าง
อาการอยากตายของเรามันเริ่มมาจากตรงไหน เราเองก็จำไม่ได้ รู้ตัวอีกที ก็อยากตายทุกวันๆ เราเริ่มทำร้ายตัวเอง ด้วยการตบหน้า เดิมทีเราเป็นแรงเยอะงัดข้อกับผู้ชายเรายังชนะ ฝ้าดเต็มแรงไปที่แบบไม่หยุด จนสิวอักเสบขึ้นเต็มไปหมด เรากำลังคิดว่าจะกรีดแขนบ้างดีไหม และกินยาตายดีไหม ครั้งหนึ่ง เรื่องทุกอย่างรุมเร้าเรา เราออกจากปัญหาที่เราสร้างเองไม่ได้ เราเลยคิดจะจบมันดวยตัวเราเอง ซึ่งมันเป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว ตอนนั้นเรากำยาฆ่าเชื้อ เกือบ 10 แผง
(เราเคยผ่าตัด รพ.ให้มา) เรากำมันแน่นมาก และคิดว่าหมดเนี่ยยังก็ไม่รอด ใจนึงอยากตาย ใจนึงอยากอยู่ แต่ความตายมันแรงเยอะมากๆ มันดึงเราจนเกือบสู้ไม่ไหว แต่เราก็ยังไม่ทำแบบนั้น เพราะมีความคิดนึงแว่วมาว่า ถ้ามันไม่ตายล่ะ พ่อแม่ คนรอบตัวพวกเขาคงมีภาระเพิ่มอีก
เราไม่อยากเป็นภาระใครอีกแล้ว เราทำร้ายคนรอบตัว เราทำให้พวกเขาทุกข์ใจ
มันคงจะดีมากๆ ถ้าเราหายไป ปัญหาก็จะน้อยลง พวกเขาก็อยู่กันแบบมีความสุขมากขึ้น และพ่อกับแม่ จะได้ไม่ต้องมีภาระเป็นสัปหลาดแบบนี้
ยังไม่รวมเรื่องหน้าตาที่โดนบูลลี่มาตลอด
เราเกลียดตัวเองมาก เกลียดมาที่สุด ทำไมเราถึงยังตื่นได้อีกว้ะ เราถามตัวเองแบบนี้ทุกเช้าที่เราตื่น